|
|
การพัฒนานครแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ICT City ในประเทศต่างๆ นั้น มีเป้าหมายแตกต่างกัน บางแห่งต้อง
การพัฒนาเพื่อเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมด้าน ICT โดยตรง บางแห่งพัฒนา ICT เพื่อสนับสนุนด้านอื่นๆ เช่น แก้ปัญหา
การจราจร เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ เป็นต้น สำหรับจังหวัดภูเก็ตนั้น แนวคิดการพัฒนาเมืองภูเก็ตโดยใช้
ICT ถูกนำเสนอตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ภายใต้แผนปฏิบัติการพัฒนาภูเก็ตให้เป็นเมืองนานาชาติ มีความน่าอยู่ น่าเที่ยว มี
มาตรฐานการบริการทั้งภาครัฐ และอุตสาหกรรมบริการเทียบเท่าระดับสากล การพัฒนา Phuket ICT City มีวัตถุประสงค์
เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของภูเก็ต มีแนวทางในการพัฒนาอย่างทั่วถึงทั้ง 5 ด้าน คือ
ด้านสังคม การศึกษา การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การบริหารจัดการและการบริการของภาครัฐ และอุตสาหกรรมเกี่ยว
เนื่องกับ ICT และเนื่องจากจังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางสารสนเทศ ดังนั้นภาครัฐ เอกชน และ
ประชาชนในภูเก็ต จึงมุ่งหวังจะเห็นอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เติบโตขึ้นเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรม รองรับความไม่แน่นอน
ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกด้วย
|
สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ Software Industry Promotion Agency
เรียกย่อว่า SIPA ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ตามแผนแม่บท ICT 2010 ซึ่งกำหนดให้รัฐบาลต้องพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรม
ซอฟต์แวร์ พันธกิจหลักของ SIPA จึงเป็นการพัฒนาทักษะ สร้างงาน และสร้างตลาดด้านอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ อย่างไร
ก็ตาม เพื่อให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมดังกล่าวมีการกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ อย่างทั่วถึง SIPA จึงได้จัดตั้งสำนักงาน
สาขาขึ้นใน ICT City ทั้ง 3 แห่ง คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนา ICT
ของจังหวัดนั้นๆ ดังนั้นนอกเหนือจากพันธกิจหลักในการส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แล้ว SIPA ทั้ง 3 สาขา ยังมี
หน้าที่ในการพัฒนา ICT City ในส่วนที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และแนวทางการส่งเสริมสนับสนุนของ SIPA อีกด้วย
|
| การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศ และบุคลากรในจังหวัดภูเก็ต |
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศของ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด
(มหาชน) และบริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) เพื่อรองรับและส่งเสริม การขยายตัวของอุตสาหกรรมทางด้าน
สารสนเทศ ตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนา Phuket ICT city มีดังนี้
|
|
1. บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) มีเครือข่ายใยแก้วนำแสงรอบเกาะ
พร้อมรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม |
|
2. บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้รับงบประมาณ 38.6 ล้านบาท เพื่อเปิดให้บริการเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานพิ่ม
เติมอีก 30 ชุมสาย ในปี 2549 หรือจำนวนกว่า 14,000 เลขหมาย เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่กว่าร้อยละ 80 ของจังหวัด
ภูเก็ต |
3. มีการขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียมหรือ
IP STAR โดย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักธุรกิจที่อยู่ตามเกาะต่างๆ สามารถเข้าถึงอินเทอร์เนตได้
| 4. บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน)
?จัดเตรียมพอร์ตสำหรับการให้บริการอินเทอร์เนตความเร็วสูงกว่า 10,000
พอร์ต รวมไปถึงการให้บริการอินเทอร์เนตความเร็วสูงร่วมกับ ISP รายอื่นๆ เช่น Ji-Net, KSC และ CS-Loxinfo |
|
5. บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ดำเนินการวางเครือข่ายไฟเบอร์ออพติกรอบเกาะ เพื่อรองรับจำนวน
ผู้ต้องการใช้งานอินเทอร์เนตความเร็วสูง และในปีนี้ จะเปิดให้บริการระบบ CDMA2000 1 x EV-DO หรือ Code ?
Division Multiple Access 2000 1 x EV-DO หรือการรับส่งข้อมูลและเสียงแบบไร้สายผ่านโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์
ไร้สายความเร็วสูงมากกว่า 2 Mbps โดยอาศัยช่องสัญญาณความถี่ขนาด 1.25 MHz ซึ่งทาง CAT มีสถานีรองรับระบบดัง
กล่าว 35 สถานี ที่สามารถให้บริการได้ในรัศมี 5 กิโลเมตร โดยมีระยะหวังผลในรัศมี 3 กิโลเมตร |
|
6. ราคาอินเทอร์เนตถูกลงกว่าเดิมมาก เช่นอินเทอร์เนตของ CAT ราคาเริ่มต้นที่ชั่วโมงละ 1 บาท |
|
7. การพัฒนาด้านการศึกษา
|
|
|
|
SIPA นำร่อง "ภูเก็ต..นครสารสนเทศ"
|
จากสภาพเศรษฐกิจ การเจริญเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว และการมีสถาบันศึกษาในระดับอุดม
ศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านนี้ทำให้ภูเก็ตพร้อมที่จะเป็น ICT City ซึ่งการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางทาง
ด้าน ICT นั้นจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการธุรกิจด้าน ICT ในจังหวัด โดยเข้ามามีส่วนร่วมในการ
พัฒนาด้านต่าง ๆ เช่น การเพิ่มความรู้ความสามารถให้บุคลากรในองค์กร ทั้งนี้ SIPA PHUKET ได้ให้การสนับสนุน
ด้านการจัดอบรมเพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้บุคลากรในภูเก็ตสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตซอฟต์แวร์จาก
ต่างประเทศได้อย่างทัดเทียม และยังมีโครงการรับนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษาดังกล่าวให้เข้ามาทำงานกับ SIPA
PHUKET ในระยะแรกเพื่อเตรียมความพร้อมของทรัพยากรบุคคลก่อนที่จะส่งให้ไปทำงานกับธุรกิจซอฟต์แวร์หรือธุรกิจ
อื่น ๆ ตามความต้องการของตลาด
|
ในส่วนของการเพิ่มจำนวนบุคลากรทางด้าน ICT ให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดแรงงานในภูเก็ตนั้น SIPA
PHUKET ได้ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั่วภาคใต้เปิดหลักสูตรเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อสร้างบุคลากร
ด้าน ICT สำหรับรองรับการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในอนาคต
|
|
นอกจากนี้ SIPA PHUKET ยังได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ได้รับการรับรองคุณภาพการผลิต
ซอฟต์แวร์ หรือ Thai Quality Software (TQS) และ Capability Maturity Model Integration (CMMI) การรับรองคุณภาพ
เป็นการควบคุมกระบวนการผลิตซอฟต์แวร์ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพและความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์ของผู้
ผลิตซอฟต์แวร์ไทย เพื่อการเพิ่มโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ
|
|
พร้อมกันนั้น SIPA PHUKET ยังได้เพิ่มการจ้างงานบุคลากรด้าน ICT ด้วยวิธีการส่งเสริมให้เกิดความต้องการใช้
ซอฟต์แวร์ในภูเก็ตให้มากขึ้นทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน โดยการให้ความรู้ด้านประโยชน์และการประยุกต์ใช้ ICT
ในการพัฒนาธุรกิจและสนับสนุนค่าซอฟต์แวร์บางส่วนแก่ผู้ประกอบการขนาดเล็กกับขนาดกลางที่ต้องการจะใช้
ซอฟต์แวร์ ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้ซอฟต์แวร์ และการขยายตัวของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในที่สุด ในส่วน
ราชการนั้น SIPA PHUKET มีเป้าหมายจะพัฒนาระบบให้สามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศของส่วน
ราชการต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง คือ SOA / Web service เพื่อให้เกิดการบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานเอื้อให้
เกิดการให้บริการประชาชนในลักษณะเบ็ดเสร็จ (e ? Provincial One Stop Service) เช่น ระบบการขอมีใบขับขี่ การต่อ
อายุใบขับขี่ ระบบบริการข้อมูลด้านสาธารณสุข และ ระบบของด่านตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น
|
|
ในปี 2549 SIPA สาขาภูเก็ต ได้วางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ดังนี้ |
ยุทธศาสตร์ที่
1 ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์สาขา Enterprise Software มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิด
การ พัฒนาทักษะด้านกระบวนการผลิต Enterprise Software ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีคุณภาพ อันจะนำไปสู่การ
เป็น แหล่งผลิตงาน Outsource ซอฟต์แวร์รายสำคัญประเทศหนึ่ง
|
ยุทธศาสตร์ที่
2 ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์สาขา
Animation & Multimedia โดยนำศักยภาพด้าน
ศิลปะ ของคนไทยมาบูรณาการกับการฝึกทักษะด้านเทคโนโลยี ICT
ICT
|
| ยุทธศาสตร์ที่
3 การส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ให้ใช้ ICT วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพ ในการแข่งขันให้ SME และสร้างงาน สร้างตลาดให้แก่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และ ICT ในภูเก็ต |
| ยุทธศาสตร์ที่
4 ส่งเสริมการใช้และพัฒนาซอฟต์แวร์ประเภท Open Source ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์
ส่งผลให้ทั้งภาครัฐและเอกชนไม่ต้องสูญเสียงบประมาณในการซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพงจากต่างประเทศ |
|
การดำเนินการของ SIPA PHUKET เป็นการกระจายโอกาสการพัฒนาไปสู่ภูมิภาค ทำให้เกิดการพัฒนาด้าน
ICT ในด้านต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม SIPA PHUKET มุ่งมั่นที่จะลดช่องว่างด้านสารสนเทศ (Digital Divide) ระหว่าง
เมืองหลวงและต่างจังหวัด รวมทั้งเร่งสร้างอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่คนภูเก็ตเสริมต่อธุรกิจท่อง
เที่ยวซึ่งอ่อนไหวตามฤดูกาลและภัยธรรมชาติ |
| |
|
|
|
|